คอลัมน์ สดจากสนามข่าว : แฉปมสั่งตาย”นายกดม” สตท.ร่วมทีมฆ่าซัดผู้จ้าง แค้นโดนไล่ออก-ทวงเงิน

อนงค์ วงศ์ช่วย

เรื่อง-ภาพ

วันที่ 10 พ.ย. เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่ ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อมีคนร้ายจ่อยิงนายอุดม ขุนศรีหวาน อายุ 49 ปี หรือ นายกดม นายกอบต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในร้านกาแฟ “ฅนเหล็ก” ตั้งอยู่ ริมถนนยนตรการกำธร ซึ่งเป็นร้าน กาแฟ และร้านอาหารชื่อดังของ อ.รัตภูมิ

นายอุดมถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้น เข้าที่ศีรษะ 3 นัด ก่อนเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สิทธินันท์ สังฆภัณฑ์ ผกก.รัตภูมิ นำกำลังชุดสืบสวนรุดไปคลี่คลายคดี จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอุดมมานั่งดื่มกาแฟอยู่ภายในร้านกับเพื่อนอีกคน จากนั้นมีคนร้าย 2 คน ขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดหน้าร้าน

หนึ่งในคนร้ายทำทีเดินเข้ามาสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ใกล้ๆ กับโต๊ะที่นายอุดมนั่งอยู่ เมื่อสบโอกาสจึงเดินไปที่โต๊ะของนายอุดม แล้วชักปืนออกมากระหน่ำยิง จำนวน 3 นัด จนล้มลงจากโต๊ะ ท่ามกลางความแตกตื่นของพนักงานและลูกค้าภายในร้าน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งขึ้นรถหลบหนีไป

รุ่งขึ้น พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา เรียกประชุมทีมสืบสวนคลี่คลายคดี ทั้งชุดสืบสวน ภาค 9 ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ชุดสืบสวน สภ.รัตภูมิ เเละตำรวจกองปราบฯ ขณะที่เบาะแสเบื้องต้นคนร้ายขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ หลบหนีผ่านตัวเมืองรัตภูมิ 

ผบก.ภ.จว.สงขลาสั่งไล่ภาพกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบความเคลื่อนไหวของซุ้มมือปืนต่างๆ ทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะ จ.พัทลุง เเละจ.นครศรีธรรมราช 

ผ่านมาเดือนเศษในที่สุดคดีก็คลี่คลายเมื่อตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เกือบยกแก๊ง

สิบโมงเช้าวันที่ 18 ธ.ค. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 นำทีมแถลงความคืบหน้าของคดีที่หน้าร้านกาแฟฅนเหล็ก ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ภายหลังชุดสืบสวนคลี่คลายคดี นำโดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา และพ.ต.อ.สิทธินันท์ สังฆพันธ์ รรท.ผกก.สภ.รัตภูมิ ใช้เวลากว่า 40 วัน ในการสืบสวนคลี่คลายคดี

แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตั้งแต่จุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี จนสามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งผู้จ้างวาน ผู้รับงาน และทีมมือปืนได้ 3 คน จากทั้งหมด 4 คน

ผบก.ภ.จว.สงขลาสั่งไล่ภาพกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบความเคลื่อนไหวของซุ้มมือปืนต่างๆ ทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะ จ.พัทลุง เเละจ.นครศรีธรรมราช 

ผ่านมาเดือนเศษในที่สุดคดีก็คลี่คลายเมื่อตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เกือบยกแก๊ง

สิบโมงเช้าวันที่ 18 ธ.ค. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 นำทีมแถลงความคืบหน้าของคดีที่หน้าร้านกาแฟฅนเหล็ก ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ภายหลังชุดสืบสวนคลี่คลายคดี นำโดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา และพ.ต.อ.สิทธินันท์ สังฆพันธ์ รรท.ผกก.สภ.รัตภูมิ ใช้เวลากว่า 40 วัน ในการสืบสวนคลี่คลายคดี

แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตั้งแต่จุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี จนสามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งผู้จ้างวาน ผู้รับงาน และทีมมือปืนได้ 3 คน จากทั้งหมด 4 คน

ภายหลังแถลงรายละเอียดคดี ตำรวจนำตัวส.ต.ท.ณวงศ์ยศ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจัดกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อยตลอดการทำแผน เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งจากญาติและผู้ใกล้ชิดของนายอุดม ที่มารอดูการทำแผนนับร้อยคน

โดยในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สปอร์ต สีขาว ทะเบียน ขข-3045 สงขลา เป็นพาหนะในการก่อเหตุแต่ได้เปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอม โดยขับมาจอดที่หน้าร้านกาแฟ มีนายวันชัย เป็นคนขับรถ จากนั้นนายพิศาลซึ่งเป็นมือปืน ขณะที่ส.ต.ท.ณวงศ์ยศ คอยคุ้มกัน ลงจากรถทำทีเข้าไปสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์

เมื่อสบโอกาสในช่วงที่นายอุดมนั่งดื่มกาแฟอยู่ตามลำพัง เนื่องจากลูกน้องที่ติดตามออกไปทำธุระ นายพิศาลจึงใช้ปืนขนาด .38 หรือ .357 กระหน่ำยิงนายอุดม จนกระเด็นตกเก้าอี้เสียชีวิตทันที จากนั้นทั้งหมดขับรถออกจากร้านเพื่อหลบหนี 

ทั้งหมดหลบหนีไปทางถ.เพชรเกษมรัตภูมิ-หาดใหญ่ สายเก่า โดยไปหยุดที่บ้านพักคนงานในสถานที่ก่อสร้างบช.ภ.9 แห่งใหม่ที่ยังไม่เปิดทำการ ในพื้นที่ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไป

พล.ต.ท.รณศิลป์ เปิดเผยปมสังหารว่า มาจากที่นายอุดมไล่นายกนิษฐา ผู้จ้างวาน ออกจากตำแหน่ง เมื่อปี 2555 เพราะขัดแย้งเรื่องบริหารงานภายใน และต่อมาเมื่อปี 2560 ยังไล่ภรรยาของนายกนิษฐาออกจากครูอัตราจ้างอีกคน

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สินกว่า 3 แสนบาท ที่นายกนิษฐา กู้ยืมของอบต.เขาพระ ซึ่งนายอุดมได้โทรศัพท์ทวงถามบ่อยครั้ง ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับนายกนิษฐาอย่างมาก จึงติดต่อทีมมือปืนในราคา 7 แสนบาทให้มายิงนายอุดมเพื่อล้างแค้น

กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันวางแผนตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. กระทั่งในวันเกิดเหตุสบโอกาสลงมือสำเร็จ แต่ก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของตำรวจและกฎหมายถูกจับกุมได้ในที่สุด

ทีมฆ่าทั้ง 3 คน ถูกแจ้ง 5 ข้อหาหนักคือ ?ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต? 

ถูกผิดเช่นไรไปว่ากันในชั้นศาล ขณะที่ส.ต.ท.ณวงศ์ยศ นอกจากจะดำเนินคดีอาญาแล้ว ยังถูกสอบวินัยถึงขั้นไล่ออกด้วย

cr: khaosod.co.th

 

 

 

 

Facebook Comments